Category Archives: Uncategorized

 สารอาหารที่ได้จากผัก สำหรับคนที่ไม่ชอบทานผัก ชนิดต่าง ๆ วันนี้ถ้าคุณได้รู้ประโยชน์ ถึงประโยชน์และสรรพคุณของผักเหล่านี้แล้ว คุณอาจจะเปลี่ยนใจ หันกลับมาทานผักเหมือนเดิมก็ได้ สารอาหารที่ได้จากผักสะเดา ในสะเดานั้นจะมี สารเบต้า แคโรทีนที่สูง  และยังช่วยในการบำรุงสายตา  และก็ยังช่วยเสริม ระบบของภูมิคุ้มกัน สามารถทำให้คุณนั้น นอนหลับได้สบายมากขึ้น สารอาหาร ที่ได้จากผักกาดขาว สารอาหารที่อยู่ในผักกาดขาวนั้น จะช่วยทำให้ระบบ ของการย่อยอาหารได้ ช่วยในการขับปัสสาวะ ช่วยแก้ไอ และก็ยัง มีโฟเลทสูงด้วย สามารถช่วยบำรุง สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ได้ด้วย สารอาหารที่อยู่ในต้นหอม ในต้นหอมนั้น ก็จะมีน้ำมันหอมระเหย  สามารถช่วยบรรเทาอาการของไข้หวัดได้ และยั้งมีสารฟลาโวนอยด์ ช่วยในการต้านมะเร็งได้ด้วย สารอาหารที่อยู่ในแครอท  ในแครอทจะมีสาร เบต้าแคโรทีน ช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ และก็ยังมีแคลเซียม แพคเตท เพื่อช่วยในการลดระดับ ของคลอเลสเตอรอลได้อีกด้วยค่ะ สารอาหารที่อยู่ในหอมหัวใหญ่  ในหอมหัวใหญ่นั้นจะมี สารฟลาโวนอยด์อยู่ สามารถช่วยลด อาการของโรคหัวใจได้ และก็ยังสามารถควบคุม ระดับน้ำตาลที่อยู่ในเลือดได้ด้วยค่ะ สารอาหารที่อยู่ในผักคะน้า  ในคะน้านั้น ก็จะมีแคลเซียม และก็มีสารต้านทาน อนุมูลอิสระสูง สามารถช่วยป้องกัน โรคกระดูกพรุน [...]

“การทำแกงเลียง” ส่วนประกอบของแกงเลียงจะประกอบไปด้วย น้ำพริก มีผัก มีเนื้อสัตว์ มีน้ำแกง และก็มีเครื่องปรุงรส   น้ำพริกที่อยู่ในแกงเลียงนั้น จะไม่เหมือนกับน้ำพริกของแกงชนิดอื่น ๆ เพราะว่ามีพริกไทย จะมีหัวหอม จะมีกะปิ จะมีกุ้งแห้ง จะมีปลาย่าง หรือว่าปลากรอบ ในน้ำแกงนั้นจะมีลักษณะทีเข้มข้น ผักที่นำมาใส่ จะบ่งบอกลักษณะของ แกงเลียง ก็คือ ใบแมงลักจะมีลักษณะกลิ่นหอมทำให้น่ารับประทาน และนอกจากนั้น ก็ยังมีผักอื่น ๆ อย่างเช่น ผักตำลึง  มีฟักทอง  มีข้าวโพดอ่อน มีหัวปลี  มีบวบ มีผักหวาน อย่างนี้เป็นต้น  พวกเนื้อสัตว์ ก็อย่างเช่น มีกุ้งสด มีเนื้อไก่ อย่างนี้เป็นต้น และหลังจากนั้นก็ปรุงรส ด้วยน้ำปลาหรือว่าเกลือ เครื่องปรุงที่ใช้ในการทำแกงเลียง - ฟักทองที่มีเนื้อดี ๆ   นำมาหั่นเป็นชิ้นให้พอคำ ประมาณ 10 – 15 ชิ้น -.บวบเหลี่ยม ประมาณสัก 1 ลูก นำมาปอกเปลือกออก ให้เหลือแค่เปลือกไว้เพียงเล็กน้อยก็พอ เพื่อที่จะรักษาคุณค่าโภชนาการทางอาหารไว้ และให้หั่นเป็นชิ้นประมาณ [...]

เทคนิคการถนอมอาหาร          ในช่วงของฤดูกาลต่าง ๆ จะมีผลผลิตออกมามากมาย  จึงเป็นสาเหตุทำให้เราไม่สามารถรับประทานอาหารที่สด ๆ ได้ทั้งหมด แต่ว่าเรานั้นสามารถที่จะเก็บรักษาอาหารนั้น เพื่อไว้สำหรับกินในครั้งต่อไปได้  โดยวิธีการถนอมอาหารนั่นเอง และการเลือกวิธีการในการถนอมอาหารให้เหมาะสมนั้น เพื่อที่จะทำให้อาหารนั้นสามารถเก็บรักษาอาหารไว้ได้นาน ๆ   และก็สามารถเก็บไว้รับประทานได้ทั้งตลอดฤดูกาล โดยที่อาหารไม่มีบูด ไม่เน่าและก็ไม่เสีย หรือจะว่าต้องทิ้งโดยไร้ประโยชน์  และการถนอมอาหาร มีดังต่อไปนี้  การถนอมอาหารด้วยวิธีการตากแห้ง  วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่าย ๆ และก็ประหยัดมากที่สุด และจะใช้ได้กับอาหารพวกเนื้อสัตว์, ผัก และก็ผลไม้ จะทำด้วยวิธีการนำน้ำ หรือว่าความชื้นไล่ออกไปจากอาหารให้มากที่สุด ก็เพื่อที่จะให้เอนไซม์ที่อยู่ในอาหารนั้น ไม่สามารถที่จะทำงานได้ และก็เชื้อแบคทีเรียนั้นไม่สามารถที่จะเจริญเติบโตได้ในของแห้ง และสำหรับวิธีการตากแห้งนั้น อาจจะใช้ความร้อน หรือว่าความร้อนจากแหล่งอื่น ๆ อย่างเช่น “ตู้อบ” ถ้าเราจะใช้แสงแดดก็ควรจะมีฝาชีหรือว่าตู้ที่เป็นมุ้งลวด เพื่อป้องกันพวกแมลง และก็ฝุ่นละอองต่าง ๆ  อาหารที่ได้ผ่านวิธีการตากแห้งแล้ว  อย่างเช่น เนื้อเค็ม, ปลาเค็ม, และก็กล้วยตาก  เป็นต้น  การถนอมอาหารด้วยวิธีการดอง  วิธีนี้จะเป็นการถนอมอาหาร ด้วยวิธีการใช้สารปรุงแต่ง ๆ เพื่อให้มีรสเปรี้ยว, รสเค็ม, รสหวาน [...]

  ถนอมอาหารด้วยการตากแห้ง              การถนอมอาหารโดยวิธีนี้เป็นขั้นตอนของการลดน้ำหนักอาหาร เพื่อทำให้อาหารนั้นมีน้ำหนักที่ลดน้อยลง และจะมีการนำตัวกลาง มาทำหน้าที่ช่วยในการถ่ายเทความร้อนออกไปยังอาหารโดยจะทำหน้าที่ไล่ความชื้นที่อยู่ในอาหารออกไป และก็จะทำให้อาหารนั้นมีความชื้นน้อยลงและก็แห้ง และทั่วไปนั้นอากาศจะทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ที่จะช่วยถ่ายเทความร้อนและก็ความชื้นออกไป หลักการในการถนอมอาหารตากแห้ง ก็คือ จะต้องลดและก็จะต้องยับยั้งปฏิกิริยาสารทางเคมีต่าง ๆ  และก็การเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ต่าง ๆ  ให้น้อยลง “การทำฟักทองอบแห้ง”  เครื่องปรุงที่จะใช้  -                    ฟักทองที่เรานึ่งสุกแล้วประมาณ 2 ถ้วย -                   นมข้นหวานประมาณ 1 ถ้วย -                   สัปปะรดปั่นละเอียดประมาณ 2 ถ้วย -                   น้ำผึ้งประมาณ 1/4 ถ้วย -                   ลูกเกดแห้งประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ขั้นตอนในการทำฟักทองอบแห้ง  ให้นำส่วนทั้งหมดที่ได้เตรียมไว้นั้นนำมาปั่นรวมกันและก็ให้ชิมรสดู หลังจากนั้นให้เทส่วนผสมที่ปั่นเสร็จแล้วลงไปในถาดอบ และก่อนที่จะเทลงไปนั้นเราควรจะนำน้ำมันมาทาเคลือบบนผิวถาดก่อน  จากนั้นนำเข้าเตาอบและใช้เวลาอบประมาณสัก 12-18 ชั่วโมงก็พอ และขณะที่อบนั้นเราจะต้องคอยหมั่นเช็คว่าฟักทองที่เราอบนั้นแห้งเกินไปหรือเปล่า เพราะว่าถ้าอาหารเย็นแล้ว มันจะจับตัวกันและก็แข็ง

เทคนิคการหมักหมูให้อร่อย                 เทคนิคในการหมักเนื้อหมูที่เราจะแนะนำนี้เป็นเนื้อหมักที่เหมาะสำหรับนำไปทำอาหารประเภท แกงจืด, ต้มจืดและก็ผัดประเภทต่าง ๆ เมื่อเราหมักเนื้อหมูด้วยสูตรนี้ก็จะช่วยทำให้เนื้อหมูของเรามีรสชาติที่นุ่มและอร่อยขึ้นและยังสามารถช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อหมูสดได้   สำหรับวิธีในการหมักเนื้อหมูนี้จะมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำและก็มีเครื่องปรุงไม่มากและวิธีในการหมักก็ง่ายแสนง่ายคุณก็สามารถทำได้ เรามาเตรียมเครื่องปรุงที่ใช้ในการหมักเนื้อหมู เนื้อหมูสด จำนวน        1      ขีด รากผักชีจำนวน            1      ราก พริกไทยดำจำนวน       5      เม็ด ซีอิ้วขาวจำนวน            1      ช้อนชา ขั้นตอนในการหมักเนื้อหมูให้อร่อย ถ้าเตรียมเครื่องปรุงและอุปกรณ์ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ถ้าใครชอบแบบหมูชิ้นก็หมักแบบหมูชิ้นส่วนใครก็ชอบแบบหมูสับก็ให้นำหมูสับมาหมัก ถ้าหากว่าคุณใช้แบบหมูชิ้นควรหั่นให้เนื้อหมูมีชิ้นที่พอดีคำอย่าหั่นชิ้นใหญ่เกินไปหรือว่าบางจนเกินไป  เมื่อเตรียมเนื้อหมูที่หันไว้หรือว่าสับไว้นั้นเอาไปพักก่อนจากนั้นให้นำรากผักชีจำนวน 1 รากและก็พริกไทยดำจำนวน 5 เม็ด แล้วนำมาโขกหรือว่าตำจนเข้ากันและก็ละเอียดดีแล้ว รากของผักชีและก็พริกไทยดำนั้นสามารถช่วยดับกลิ่นคราวในเนื้อหมูได้ดีเลยทีเดียว  หลังจากนั้นให้นำเนื้อหมูที่เราเตรียมไว้นั้นและก็นำรากผักชีและก็พริกไทยดำที่โขกไว้และก็เตรียมซีอิ้วขาวนำทุกอย่างที่ได้เตรียมไว้มาใส่ลงไปในเนื้อหมูและก็คนให้เข้ากันและนำไปพักไว้ประมาณ 10-15 นาที เมื่อได้ที่แล้ว ก็สามารถที่จะนำเนื้อหมูที่เราหมักได้ที่แล้วไปปรุงอาหารประเภทต่าง ๆ ที่เราต้องการได้เลย